วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

EAED3214 INCLUSIVE EDUCATION EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่มเรียน102

วันพฤหัสบดีที่  12 มีนาคม  พ.ศ. 2558












   ความรู้ที่ได้รับ  





- การส่งเสริมทักษะต่างๆของเด็กพิเศษ

ทักษะภาษา

การวัดความสามารถทางภาษา
เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดไหม
ตอบสนองเมื่อมีคนพูดด้วยไหม
ถามหาสิ่งต่างๆไหม
บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไหม
ใช้คำศัพท์ของตัวเองกับเด็กคนอื่นไหม
การออกเสียงผิด พูดไม่ชัด
การพูดตกหล่น
การใช้เสียงหนึ่งแทนอีกเสียง
ติดอ่าง
การปฏิบัติของครูและผู้ใหญ่
ไม่สนใจการพูดซ้ำหรือการออกเสียงไม่ชัด
ห้ามบอกเด็กว่า  “พูดช้าๆ”   “ตามสบาย”   “คิดก่อนพูด”
อย่าขัดจังหวะขณะเด็กพูด
อย่าเปลี่ยนการใช้มือข้างที่ถนัดของเด็ก
ไม่เปรียบเทียบการพูดของเด็กกับเด็กคนอื่น
เด็กที่พูดไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับการได้ยิน
ทักษะพื้นฐานทางภาษา
ทักษะการรับรู้ภาษา
การแสดงออกทางภาษา
การสื่อความหมายโดยไม่ใช้คำพูด

วันนี้อาจารย์ให้ร้องเพลงบำบัดต่อจากเมื่อสัปดาห์ก่อน


ผลงานวันนี้





ประเมินในชั้นเรียน


ตนเอง : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งตัวเรียบร้อย ตั้งใจฟังอาจารย์ 

เพื่อน : ตั้งใจทำงาน ถึงแม้จะคุยเไปหน่อย ช่วยกันตอบคำถาม  


อาจารย์ : อาจารย์ได้เข้าใจง่าย  อธิบายและยกตัวอย่างเข้าใจง่าย 

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่8

EAED3214 INCLUSIVE EDUCATION EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่มเรียน102

วันพฤหัสบดีที่   5  มีนาคม พ.ศ. 2558





วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน
เนื่องจากอาจารย์ติดธุระ



บันทึกอนุทินครั้งที่7

EAED3214 INCLUSIVE EDUCATION EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่มเรียน102

วันพฤหัสบดีที่   26  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558


วันนี้ไม่มีการเรียนการสอน
เนื่องจากเป็นการสอบกลางภาค




บันทึกอนุทินครั้งที่6

EAED3214 INCLUSIVE EDUCATION EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่มเรียน102

วันพฤหัสบดีที่   19  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558












   ความรู้ที่ได้รับ  







ทักษะทางสังคม

  -เด็กพิเศษที่ขาดทักษะทางสังคมไม่ได้มีสาเหตุมาจากพ่อแม่
  -การอยู้ในสภาพแวดล้อมที่ดีไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันว่าเด็กจะมีพัฒนาการต่างๆอย่างมีความสุข
กิจกรรมการเล่น
  -การเล่นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ทักษะทางสังคม
  -เด็กจะสนใจกันเองโดยอาศัยการเล่นเป็นสื่อ
  -ในช่วงแรกๆเด็กจะไม่มองเด็กคนอื่นเป็นเพื่อน แต่เป็นอะไรบางอย่างที่น่าสำรวจ สัมผัส ผลัก ดึง
ยุทธศาสตร์การสอน
  -เด็กพิเศษหลายๆคนไม่รู้วิธีการเล่น ไม่รู้จะเล่นอย่างไร
  -ครูเริ่มต้นจากการสังเกตเด็กแต่ละคนอย่างเป็นระบบ
  -จะบอกได้ว่าเด็กมีทักษะการเล่นแบบใดบ้าง
  -ครูจดบันทึก
  -ทำแผน IEP
การกระตุ้นการเลียนแบบและการเอาอย่าง
  -วางแผนกิจกรรมการเล่นไว้หลายๆอย่าง
  -คำนึงถึงเด็กทุกๆคน
  -ให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มเล็กๆ2-4 คน
  -เด็กปกติทำหน้าที่เหมือนครุ ให้เด็กพิเศษ
ครูปฎิบัติอย่างไรขณะเด็กเล่น
  -อยู่ใกล้ๆและเฝ้ามองอย่างสนใจ
  -ยิ้มและพยักหน้าให้ ถ้าเด็กหันมาหาครู
  -ไม่ชมเชยหรือสนใจเด็กมากเกินไป
  -เอาวัสดุมาเพิ่ม เพื่อยืดเวลาการเล่น
  -ให้ความคิดเห็นที่เป็นแรงเสริม
การให้แรงเสริมทางสังคมในบริบทที่เด็กเล่น
  -ครูพูดชักชวนให้เด็กร่วมเล่นกับเพื่อน
  -ทำโดย การพูดนำของครู
ช่วยเด็กทุกคนให้รู้กฎเกณฑ์
  -ไม่ง่ายสำหรับเด็กพิเศษ
  -การให้โอกาส
  -เด็กพิเศษต้องเรียนรู้สิทธิต่างๆเหมือนเพื่อนในห้อง
  -ครูต้องไม่ใช้ความบกพร่องของเด็กพิเศษเป็นเครื่องต่อรอง


       กิจกรรมสุดท้ายที่อาจารย์ให้ทำคือ กิจกรรมศิลปะดนตรีบำบัดเด็ก อาจารย์ให้จับคู่2คนแล้วอาจารย์มีกระดาษให้1แผ่นและสีเทียนคนละแท่ง แล้วก็ให้ตกลงกันว่าใครจะเป็นเด็กปกติกับเด็กพิเศษ และก็ให้ตกลงอีกว่าคนไหนจะเป็นคนวาดเส้นคนไหนจะเป็นคนวาดจุด แล้วอาจารย์ก็เปิดเพลงให้คนที่วาดเส้นก็วาดลงโดยห้ามยกมือส่วนคนที่วาดจุดก็ให้วาดตามที่เพื่อนวาดเส้น พอจบเพลงแล้วอาจารย์ก็ให้มองแล้ววาดให้ออกมาเป็นรูปร่างตามที่เรามองเห็นแล้วก็ออกนำเสนอหน้า


ผลงาน









ประเมินในชั้นเรียน


ตนเอง : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งตัวเรียบร้อย ตั้งใจฟังอาจารย์ 

เพื่อน : ตั้งใจทำงาน ถึงแม้จะคุยเไปหน่อย ช่วยกันตอบคำถาม  


อาจารย์ : อาจารย์ได้เข้าใจง่าย  อธิบายและยกตัวอย่างเข้าใจง่าย 



วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่5

EAED3214 INCLUSIVE EDUCATION EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่มเรียน102

วันพฤหัสบดีที่   12  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558











ความรู้ที่ได้รับ  











              การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ ก่อนจะเข้าสู่บนเรียน อาจารย์ได้ให้วาดมือของตนเองโดยใช้ ถุงมือใส่มือตนเอง ว่านักศึกษาจะจำมือหรือขณะของมือตนเองได้หรือไม่


ทักษะของครูและทัศนคติ

การฝึกเพิ่มเติม
- อบรมระยะสั้น
-สื่อต่างๆ
การเข้าใจภาวะปกติ
-เด็กมักคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง
-ครูต้องเรียนรู้ มีปฎิสัมพันธ์กับเด็กปกติและเด็กพิเศษ
-รู้จักเด็กแต่ละคน
-มองเด็กให้เป็นเด็ก
การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า 
-การเข้าใจพัฒนาการของเด็ก จะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
ความพร้อมของเด็ก
-วุฒิภาวะ
-แรงจูงใจ
-โอกาส
การสอนโดยบังเอิญ
-.ให้เด็กเป็นฝ่ายเริ่ม
-เด็กเข้าหาครูมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น
-ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
-ครูต้องมีความสนใจเด็ก
-ครูต้องมีความรู้สึกดีต่อเด็ก
ครูต้องมีอุปกรณ์และกิจกรรมล่อใจเด็ก
-ครูต้องใช้เวลาในการติดต่อไม่นาน
อุปกรณ์
-มีลักษณะง่ายๆ
-ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
-เด็กพิเศษได้เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบเด็กปกติ
ตารางประจำวัน
-เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่ประจำ
-กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้
-เด็กจะรู้สึกและมั่นใจ
-คำนึงความพอเหมาะของเวลา
ทัศนคติของครู
การยืดหยุ่น
-การแก้แผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
-ยอมรับของเขตความสามารถของเด็ก
-ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน
การใช้สหวิทยาการ
-ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ
-สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการเรียนรู้
เด็กทุกคนสอนได้
-เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ
-เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส
เทคนิคการใช้แรงเสริม
-ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก
-มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็กและมักเป็นผลในทันที
-หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆก็จะลดลงหายไป
วิธีการแสดงออกถึงแรงจากผู้ใหญ่
-ตอบสนองด้วยวาจา
-การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
-สัมผัสทางกาย
หลักการให้แรงเสริมในเด็กปฐมวัย
-ครูต้องให้แรงเสริมทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์
-ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่เด็กมีพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์
การแนะนำหรือบอกบท
-ย่อยงาน
-ลำดับความยากง่ายของงาน
-การบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับ
ขั้นตอนการให้แรงเสริม
-สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
-วิเคราะห์งานกำหนดจุดประสงค์ย่อยๆในงานแต่ละชิ้น
-สอนจากง่ายไปยาก
-ให้แรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด
การกำหนดเวลา
-จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องการมีความเหมาะสม
การลดหรือหยุดแรงเสริม
-ครูจะงดแรงเสริมเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
-ทำอย่างอื่นและไม่สนใจเด็ก
-เอาอุปกรณ์หรือของเล่นออกไปจากเด็ด





ประเมินในชั้นเรียน


ตนเอง : เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่งตัวเรียบร้อย ตั้งใจฟังอาจารย์ 

เพื่อน : ตั้งใจทำงาน ถึงแม้จะคุยเไปหน่อย ช่วยกันตอบคำถาม   วันนี้เพิ่มดูตื่นเต้นกับการเซอรไพรงานวันเกิดอาจารย์


อาจารย์ : อาจารย์ได้สอน บทบาทครูปฐมวัยในห้องเรียนรวม  อธิบายและยกตัวอย่างเข้าใจง่าย 














บันทึกอนุทินครั้งที่4

EAED3214 INCLUSIVE EDUCATION EXPERIENCES MANAGEMENT FOR EARLY CHILDHOOD

การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย

กลุ่มเรียน102

วันพฤหัสบดีที่   5  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558











ความรู้ที่ได้รับ  








วันนี้อาจารย์ให้วาดรูปดอกไม้ โดยอาจารย์จะนำแบบมาให้ดูและให้วาดออกมาให้เหมือนของจริงมากที่สุดแล้วระบายดูให้สวยงามเหมือนในรูปที่อาจารย์ให้ดู 40 นาที พร้อมระบายสี


















ครูไม่ควรวินิจฉัย
-การวิจัย หมายถึงการตัดสินใจโดยดูจากอาการหรือสัญญาณบางอย่าง
-จากอากาศที่แสดงออกมานั้นอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้
ครูไม่ควรตั้งชื่อหรือระบุประเภทเด็ก
-เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
-ชื่อเปรียบเสมือนตราประทับตัวเด็กตลอดไป
-เด็กกลายเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ครูไม่ควรบอกพ่อแม่ว่าเด็กมีบางอย่างผิดปกติ 
-พ่อแม่ของเด็กพิเศษมักทราบดีว่าลูกของเขามีปัญหา
-พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูมาย้ำในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว 
-ครูช่วยให้ผู้ปกครองมีความหวังและเห็นแนวทางที่จะช่วยให้เด็กพัฒนา
ครูทำอะไรบ้าง
-ส้งเกตเด็กอย่างมีระบบ
-จดบันทึกพฤติกรรมเด็กเป็นช่วงๆ
สังเกตอย่างมีระบบ
-ไม่มีคัยใครสามารถสังเกตอย่างมีระบบได้ดีกว่าครู
-ครูเห็นเด็กในสถานการณ์ๆช่วงเวลายาวนานกว่า
-ต่างจากแพทย์ นักจิตวิทยา นักคลินิก มักมุ่งความสนใจอยู้ที่ปัญหา
การตรวจสอบ
-จะทราบว่าเด็กมีพฤติกรรมอย่างไร
-เป็นแนวทางสำคัญที่ทำให้ครูและพ่อแม่เข้าใจเด็กดีขึ้น
บอกได้ว่าเรื่องใดบ้างที่เด็กต้องการความช่วยเหลือ
ข้อควรระวังในการปฎิบัติ
-ครูต้องไวต่อความรู้สึกและตัดสินใจล่วงหน้าได้
-พฤติกรรมบางอย่างของเด็กไม่ได้ปรากฎให้เห็นเสมอไป
การบันทึกการสังเกต
การนับอย่างง่ายๆ
-นับจำนวนครั้งของการเกิดพฤติกรรม
-กี่ครั้งในแต่ละวันกี่ครั้งในแต่ละชั่วโมง
-ระยะเวลาในการเกิดพฤติกรรม
การบันทึกต่อเนื่อง
-.ให้รายละเอียดได้มาก
-เขียนทุกอย่างที่เด็กทำในช่วงเวลาหนึ่ง หรือช่วงกิจกรรมหนึ่ง
-โดยไม่ต้องเข้าใจไปแนะนำช่วยเหลือ
การบันทึกไม่ต่อเนื่อง
-บันทึกลงบัตรเล็กๆ
-เป็นการบันทึกสั้นๆเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในช่วงเวลาหนึ่ง
การเกิดพฤติกรรมบางอย่างมากเกินไป
-ควรเอาใจใส่ถึงระดับความมากน้อยของความบกพร่องมากกว่าชนิดของความบกพร่อง
-พฤติกรรมไม่เหมาะสมที่พบได้ในเด็กทุกคนไม่ควรจัดเป็นสิ่งผิดปกติ
การตัดสินใจ
-ครูต้องตันสินใจด้วยความระมัดระวัง
-พฤติกรรมของเด็กที่เกิดขึ้นไปขัดขวางความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือไม่

คำถามท้ายบท


1. ให้นักเรียนบอกบทบาทหน้าที่ของครูปฐมวัยถึงสิ่งที่ควรปฎิบัติและไม่ควรปฏิบัติต่อเด็กในห้องเรียรวม

ตอบ  
ควรปฎิบัติ
  •  การบันทึกต่อเนื่อง
  •  การบันทึกการสังเกต
  •  การสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบ
ไม่ควรปฎบัติ
  • ครูไม่ควรวินิจฉัน
  • ครูไม่ควรตั้งชื่อเปรียบเสมือนประทับตัวเด็กตลอดไป
  • พ่อแม่ไม่ต้องการให้ครูย้ำในสิ่งเขารู้อยู่

2.บอกลักษณะการสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบว่ามีรูปแบบใดบ้างและแต่ละรูปแบบมีวิธีสังเกตเด็กอย่างไร

ตอบ   
สังเกตอย่างเป็นระบบ และสังเกตอย่างไม่เป็นระบบ

สังเกตอย่างเป็นระบบ ครูเห็นเด็กในสถานการณ์ต่างๆช่วงเวลายาวนานกว่า  เป็นการสังเกตอย่างมีจุดมุ่งหมาย
สังเกตไม่เป็นระบบ  สังเกตจากเด็กทำกิจกรรมในห้องเข้าบางเวลา



                  บรรยากาศในชั้นเรียน







ประเมินตนเอง


ตนเอง  วันนี้มาเรียนเข้าเรียนตรงต่อเวลา  มีคุยกับเพื่อนเล็กน้อย
       


เพื่อน   เข้าเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจทำกิจกรรมและมีส่วนร่วมในห้องเรียนดี มีคุยกับเพื่อนนิดน้อย บรรยากาศในการเรียนผ่อนคล้าย

     

  อาจารย์  อธิบายเนื้อหาที่เรียนชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างประกอบการสอน  เทคนิคการสอนเด็กพิเศษ  การที่เราจะแนะนำเด็กพิเศษให้เด็กปกติได้รู้จัก